คนจนอยู่ยากแล้ว!! พ.ร.บ.ที่ดินบีบ “คนจน-คนชั้นกลาง” เรียกเก็บภาษีโหด ใครไม่จ่าย ถูกยึดทรัพย์สิน!!

พ.ร.บ. ที่ดินฯ ฉบับใหม่ ที่กำลังจะมีผลบังคับใช้จะทำให้คนเดือดร้อนไม่ต่างจากวิกฤตรถกระบะ เพราะคนจน คนชั้นกลาง ที่เคยเก็บหอมรอมริบซื้อทรัพย...


พ.ร.บ. ที่ดินฯ ฉบับใหม่ ที่กำลังจะมีผลบังคับใช้จะทำให้คนเดือดร้อนไม่ต่างจากวิกฤตรถกระบะ เพราะคนจน คนชั้นกลาง ที่เคยเก็บหอมรอมริบซื้อทรัพย์สินไว้ให้ลูกหลาน ต้องตัดสินใจขายทิ้งหลีกหนีการเสียภาษีตลอดชีวิต ส่วนใครเบี้ยวไม่เสียภาษีตามกฎหมายกำหนด ต้องถูกยึดทรัพย์ ขายทอดตลาด ขณะที่กฎหมายเก่าไม่มีระบุไว้ ด้าน สนช.หวั่น พ.ร.บ.ฉบับนี้ ขัดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ม.77 เชื่อบรรดาธุรกิจเอกชน โวยแน่ เพราะแบกรับภาษีหนักทั้งกลุ่มโรงแรม โรงพยาบาล โรงเรียน และพวกเช่าที่ดินรถไฟทำกิจการโดนทั่วหน้า!

พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.... ที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีมติเห็นชอบตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว และคาดว่าจะผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ภายใน 2-3 เดือน โดยในปี 2561 จะเป็นช่วงของการออกกฎหมายลูกและเตรียมข้อมูลในการจัดเก็บ แต่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2562


  ที่สำคัญเมื่อกฎหมายตัวนี้มีผลบังคับใช้ คนจน คนชั้นกลาง และคนรวย จะได้รับผลกระทบและเดือดร้อนกันอย่างทั่วหน้า ไม่ต่างจากเมื่อครั้งที่รัฐบาลใช้คำสั่งตามมาตรา 44 แก้ไข พ.ร.บ.จราจร เกี่ยวกับเรื่องการคาดเข็มขัดนิรภัย ซึ่งตำรวจมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง มีผลไปถึงการห้ามนั่งท้ายรถกระบะ ห้ามนั่งในส่วนแค็บของรถกระบะซึ่งไม่มีเข็มขัดนิรภัยด้วย จนนำไปสู่กระแสการต่อต้านมาตรการดังกล่าว หลากหลายรูปแบบเมื่อช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา และนำไปสู่การถอยของรัฐบาลเช่นเดียวกัน

ในเบื้องต้นผู้ที่เสียภาษีอาจคิดว่า พ.ร.บ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ...(ฉบับใหม่) ที่กำลังจะมีผลบังคับใช้หากมองผิวเผินจะรู้สึกว่าดี เพราะเชื่อว่ารัฐบาลต้องการสนับสนุนให้คนมีบ้านหลังแรก เพราะในการคำนวณภาษีในกรณีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่เจ้าของใช้เป็นที่อยู่อาศัยและมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตามกฎหมายในวันที่ 1 มกราคมของปีภาษีนั้นจะได้รับการยกเว้นในกรณีที่ไม่เกิน 50 ล้านบาท
“คนจนมีบ้านหลังเล็ก ๆ ราคา 2 แสนบาท คนชั้นกลาง มีบ้านราคา 2-5 ล้าน ส่วนคนรวยมีบ้านราคาหลายสิบล้าน แต่ไม่ถึง 50 ล้าน พวกนี้จะได้รับยกเว้นภาษีในกรณีบ้านหลังแรกเท่ากัน”

แหล่งข่าวจาก สนช. อธิบายว่า ปัญหาที่น่าห่วงสำหรับ พ.ร.บ.ภาษีที่ดินฯ ฉบับใหม่ ก็คือ คนจน กับ คนชั้นกลาง ที่เคยเก็บหอมรอมริบ เพื่อจะนำเงินไปซื้อบ้าน ซื้อคอนโดมิเนียม เพื่อเก็บเป็นสมบัติให้ลูกหลาน เพราะเชื่อว่าการเก็บในรูปของบ้านและที่ดิน เป็นทรัพย์สินที่จะมีมูลค่าเพิ่มมากกว่าการฝากเงินที่มีผลตอบแทนต่ำมากในยุคปัจจุบันนี้

ดังนั้นเราจะเห็นว่า คนเหล่านี้ จะนิยมไปซื้อบ้านและคอนโดฯ แล้วนำไปปล่อยเช่าเพื่อสร้างรายได้ส่วนหนึ่งมาบวกกับเงินออมอีกเล็กน้อยก็สามารถนำไปผ่อนบ้านหรือคอนโดฯ ได้ทันที

“คนที่ซื้อทรัพย์สินในรูปบ้านที่ดิน ก็จะเลือกทำเล และราคา ที่เห็นว่าปล่อยเช่าได้ง่าย และในอนาคตจะมีมูลค่าเพิ่มเมื่อผ่านไประยะหนึ่ง คนที่ต้องการปล่อยให้นักศึกษาเช่า ก็จะเลือกคอนโดฯ ใกล้มหาวิทยาลัย บางคนเลือกใกล้รถไฟฟ้าเพื่อให้คนทำงานเช่า”

ตัวอย่างเช่น ข้าราชการกระทรวงหนึ่ง มีบ้านหลังแรกที่ตัวเองผ่อนหมดแล้ว จากเดิมซื้อเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วราคาเพียงไม่ถึงล้านบาท แต่วันนี้บ้านของเธอมีมูลค่ากว่า 2.5 ล้านบาท ทำให้เธอมั่นใจว่าการซื้ออสังหาฯ เก็บไว้ จะเป็นทรัพย์สินให้ลูกและหลานได้เป็นอย่างดี จึงเริ่มหันไปซื้อบ้านชั้นเดียวและคอนโดฯ ที่หาคนเช่าได้ง่าย รวม 3 หลัง เฉลี่ยหลังละประมาณ 1.4 ล้านบาท และผ่อนชำระกับสหกรณ์ของทางราชการ 2 หลัง อีก 1 หลังผ่อนกับธนาคารอาคารสงเคราะห์


“บ้านทุกหลังมีคนเช่าหมด จึงได้ค่าเช่าจากทุกหลังมาผ่อนและบวกเงินส่วนตัวเพิ่มอีกเดือนละเฉลี่ยไม่เกิน 12,000 บาท และอีกไม่นานบ้าน 3 หลังก็จะเป็นกรรมสิทธิ์โดยไม่ต้องผ่อนอีกต่อไป”

ตรงนี้แหละที่กำลังจะเกิดปัญหาตามมา เพราะ พ.ร.บ.ที่ดินฯ ฉบับใหม่ บ้านหลังที่ 2 และจะมีอีกกี่หลังก็ตามทุกหลังจะต้องเสียภาษีทั้งหมดไม่ว่าเราจะนำไปปล่อยเช่าได้หรือไม่ได้ก็ตาม

“ถ้ามองกันอย่างเป็นธรรม คนจน คนชั้นกลาง จะมีบ้านหลายหลังก็ตาม แต่เมื่อนำมารวมกันแล้วก็ไม่ถึง 50 ล้านบาท พวกเขาก็ยังจัดอยู่ในกลุ่มคนจน คนชั้นกลางค่อนไปล่าง แต่พวกเขาจะต้องเสียภาษีไปตลอดชีวิต ถามว่าเป็นธรรมหรือไม่”

“ตรงนี้จะเป็นประเด็นที่น่าห่วง รัฐบาลต้องวางแผนรับมือให้ดี หากต้องการบังคับใช้ พ.ร.บ.ที่ดินฉบับนี้ ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดปัญหาแล้วค่อยมาตามแก้ สนช.ได้มีการคุยกัน และเป็นห่วงประเด็นนี้มากเพราะความจริงการจัดเก็บภาษีที่สร้างผลกระทบกับประชาชนต้องฟังเสียงประชาชนด้วย และอัตราที่จัดเก็บก็ต้องได้รับการยอมรับ” แหล่งข่าวจาก สนช.ระบุ

ดังนั้นจากนี้ไปต้องจับตาดูว่า พ.ร.บ.ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.... ฉบับรัฐบาลบิ๊กตู่ จะสามารถคลอดออกมาใช้ได้ตามที่รัฐบาลวางไว้หรือไม่ เพราะต้องไม่ลืมว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้กำลังจะทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศได้รับความเดือดร้อนกันทั่วหน้า!

ขอบคุณข้อมูลจาก ผู้จัดการออนไลน์

loading...
From: http://www.siamvariety.com/

You Might Also Like

0 comments

Flickr Images

loading...