ไม่รอดคุก!! รู้ตัวแล้วมือดี 4 คนร้ายวางคาร์บอมบ์ ห้างดังปัตตานี บอกเลยพลิกแผ่นดินหนีก็ไม่รอด!?

เมื่อวันที่ 10 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศที่บริเวณห้างบิ๊กซีปัตตานี หลังเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเมื่อวานทำให้มีผู้บาดเจ็บ 60 กว่าร...


เมื่อวันที่ 10 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศที่บริเวณห้างบิ๊กซีปัตตานี หลังเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเมื่อวานทำให้มีผู้บาดเจ็บ 60 กว่าราย แรงระเบิดทำให้เกิดเพลิงไหม้อาคารของห้างด้านหน้าได้รับความเสียหายมากยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้ และปิดทำการโดยไม่มีกำหนด มีเพียงเจ้าหน้าที่รปภ.ของห้างที่มาทำงานเท่านั้น

โดยวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังคงมีการปิดกั้นพื้นที่ของห้างบิ๊กซีทั้งหมด โดยไม่อนุญาตบุคคลภายนอกรวมทั้งสื่อมวลชนเข้าไปด้านใน มีเพียงเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดและชุดพิสูจน์หลักฐาน เท่านั้นเพื่อทำการตรวจสอบ เก็บวัตถุพยานหลักฐานอย่างละเอียดอีกครั้ง ท่ามกลางสายฝนที่ตกประปรายตั้งแต่เช้ามืด

ส่วนด้านหน้าริมถนนมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบเดินทางมาสอบถามถึงความเสียหาย รวมทั้งอาการของญาติที่ได้รับบาดเจ็บด้วย ซึ่งพบว่ามีทั้งหมด 61 ราย ได้รับบาดเจ็บสาหัส 3 ราย คือ นายสมพร พึ่งจิต น.ส.มณทิวา อรุณทัศน.ส.นูรฟาซีการ์ คูรอระยอ ยังคงมีผู้บาดเจ็บที่ต้องรักษาตัวที่รพ.ปัตตานี 38 ราย ซึ่งทางกองทัพภาคที่ 4 ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้และศูนย์ช่วยเหลือเยียวยาปัตตานี ไปเยี่ยมและมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นเพื่อสร้างขวัญกำลังใจแล้วตั้งแต่เมื่อคืน

สำหรับการให้ความช่วยเหลือด้านทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายทางศูนย์ปฎิบัติการให้ความช่วยเหลือเยียวยาปัตตานี ตั้งจุดสำรวจลงทะเบียนผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์กรณีทรัพย์สินเสียหาย หน้าห้างบิ๊กซีปัตตานีในวันนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ที่เข้าเก็บหลักฐานที่เกิดเหตุ ประกอบด้วย หน่วยพิสูจน์หลักฐานปัตตานี (ชป.กระจ่าง ปัตตานี) ชุดปฎิบัติการเอ็กซเรย์ ชุดปฎิบัติการหน่วยเฉพาะกิจ ฉก.อโณทัย จนท.ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (ชป.EDIT) และชป.วินิจร่วมกันตรวจที่เกิดเหตุพบวัตถุพยาน จากการเก็บหลักฐานพบว่า

จุดที่ 1 ปากทางเข้าลานจอดรถ พบ 1.ภาชนะบรรจุ ชิ้นส่วนโลหะสามารถพับงอได้น้ำหนักประมาณ 200 กรัม 2.ระบบการจุดระเบิด จุดระเบิดด้วยระบบไฟฟ้า ควบคุมการจุดด้วยการตั้งเวลา วงจร IC TIMER 3.แหล่งจ่ายพลังงาน ชิ้นส่วนแบตเตอรี่ ขนาด 1.5 โวลต์ และขนาด 9 โวลต์ 4.ดินระเบิดหลัก รอผลการตรวจทางวิทยาศาสตร์ 5.พลาสติกสีฟ้าชิ้นส่วนภาชนะห่อหุ้มชุดวงจรจุดระเบิด

จุดที่ 2 อยู่ห่างจุดแรกประมาณ 100 เมตร รถยนต์คาร์บอมบ์บริเวณประตูทางเข้าห้างบิ๊กซี 1.ภาชนะบรรจุ ชิ้นส่วนถังแก๊สหุงต้ม สีส้ม ขนาดบรรจุ 4 กิโลกรัม น้ำหนักประมาณ 20-25 ชิ้นส่วนถังแก๊สหุงต้ม สีเขียว ขนาดบรรจุ 15 กิโลกรัม น้ำหนักประมาณ 70-80 กิโลกรัม 2.ระบบการจุดระเบิด 2 ระบบ ประกอบด้วยควบคุมการจุดระยะไกลด้วยวิทยุสื่อสาร และควบคุมการจุดด้วยการตั้งเวลาด้วยวงจร IC TIMER 3.แหล่งจ่ายพลังงาน ชิ้นส่วนแบตเตอรี่ขนาด 1.5 โวลต์ และขนาด 9 โวลต์ 4.ดินระเบิดหลัก H.M.E. รอผลตรวจทางวิทยาศาสตร์ 5.ส่วนสังหาร เหล็กเส้นตัดท่อน เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.4 ซม. และ 0.6 มม. ความยาวคละขนาด 6.ชิ้นส่วนแกลลอนสีเหลือง สำหรับบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิง

พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยถึงความคืบหน้าของคดีว่า คนร้ายพยายามที่จะสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน จากเบาะแสที่มีในขณะนี้ สามารถสาวถึงตัวคนร้ายที่ก่อเหตุได้อย่างชัดเจน เช่น ภาพจากกล้องวงจรปิดเห็นคนร้ายชัดเจนทั้ง 2 จุด และพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ซึ่งต้องขอเวลาในการสืบสวนขยายผล เพราะที่ผ่านมาหลายคดีมีความคืบหน้าและจับกุมคนร้ายมาได้หลายคนแล้ว

สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บในครั้งนี้คือประชาชนผู้บริสุทธิ์ ส่วนใหญ่เป็นพี่น้องมุสลิม ซึ่งผู้บาดเจ็บขณะนี้ได้อยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด และบางส่วนแพทย์ได้อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว ซึ่งทางแม่ทัพภาคที่ 4 สั่งการให้ทบทวนมาตรการการดูแลความปลอดภัย โดยเฉพาะในบริเวณห้างบิ๊กซี รวมทั้งขอความร่วมมือหยุดกิจการถึงวันที่ 1 มิถุนายน เพื่อปรับปรุงคืนสู่สภาพเดิม และมาทบทวนระบบการรักษาความปลอดภัยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี เปิดเผยถึงความคืบหน้าเหตุคาร์บอมบ์ห้างบิ๊กซีปัตตานี ว่า จากการรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ และพยานบุคคลต่างๆ ถึงแม้ว่ากลุ่มคนร้ายจะมีการปิดบังใบหน้า แต่ก็ยังสามารถที่จะระบุได้ว่าผู้ก่อเหตุเป็นใคร จากการปะติดปะต่อ จากพยานหลักฐานหลายๆด้าน

นอกจากนี้ ยังเร่งติดตามเส้นทางของคนร้าย เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเข้าด้วยกัน ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ ถือว่าพฤติกรรมของคนร้าย อุกอาจ เนื่องจากการก่อเหตุคนร้ายปรากฏตัวให้เห็นเด่นชัด ซึ่งที่ผ่านมีการหลบซ่อนตัวตน เพราะฉะนั้นคนร้ายกลุ่มนี้ น่าจะเป็นคนร้ายที่ได้รับการฝึกฝน และอยู่ระดับปฏิบัติการ และอยู่ในกลุ่มที่มีการติดตามตัวอยู่ และมีฐานข้อมูลอยู่ และบางส่วนก็มีการออกหมายจับในหลาย ๆคดี ซึ่งตนเชื่อว่าไม่นานจะสามารถออกหมายจับได้แน่นอน

ส่วนคนร้ายเลือกที่จะก่อเหตุที่ห้างบิ๊กซี ทั้งๆที่มีผู้ที่เดินทางมาจับจ่ายใช้สอยเป็นทั้ง 3 จังหวัดชายแดนใต้เป็นจำนวนมาก และกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ เป็นพี่น้องชาวไทยมุสลิม โดยเฉพาะในช่วงนี้ใกล้กับเดือนถือศีลอด ฉะนั้นการกระทำของกลุ่มนี้ เป็นการก่อเหตุที่โหดเหี้ยมและจิตใจอำมหิต ซึ่งคนร้ายรู้อยู่แล้วว่าหากเกิดระเบิดขึ้นจะมีประชาชนมุสลิมเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก รวมถึงพนักงานของห้างบิ๊กซีก็เป็นมุสลิมทั้งหมด

ซึ่งครั้งนี้ถือว่าโชคดีที่ทางเจ้าหน้าที่เข้าจัดการในก่อเหตุได้อย่างรวดเร็ว ถ้าหากไม่มีการจัดการอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการควบคุมเพลิง ก็อาจจะลุกลามมากกว่านี้ ส่วนนายนุสน ขจรดำ เจ้าของรถที่ยังคงหาตัวไม่เจอ ก็ได้ตั้งชุดติดตาม เพื่อหาตัวเจ้าของรถที่ยังไม่ทราบชะตากรรม ซึ่งตอนนี้ก็พอมีชาวบ้านที่แจ้งมาแจ้งข้อมูลมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตนจะพยายามทำอย่างเต็มที่

loading...
From: http://www.siamvariety.com/view-18638.html

You Might Also Like

0 comments

Flickr Images

loading...