ไล่เด็ดมือจุดพลุ ตร.ดับซ่า กองเชียร์อุลตร้า อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/815181

loading... ผบ.ตร.จี้สั่งการ-จับกุมให้ได้ สมาคมบอลแถลงประณาม แจงอาจถูกฟีฟ่าลงโทษหนัก ศานิตย์สั่ง ผบก.น.4 พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล จั...

loading...


ผบ.ตร.จี้สั่งการ-จับกุมให้ได้ สมาคมบอลแถลงประณาม แจงอาจถูกฟีฟ่าลงโทษหนัก

ศานิตย์สั่ง ผบก.น.4 พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล จัดชุดล่ากลุ่มอุลตร้าไทยแลนด์ กองเชียร์ฮาร์ดคอร์ ช้างศึก หลังจุดพลุแฟร์ ระหว่างศึกฟาดแข้งไทย-อินโดฯ ชิงแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 คาดกองเชียร์แสบแอบซุกไปในอุปกรณ์การเชียร์เข้าสนาม ขณะที่สมาคมฟุตบอลไทยฯแถลงการณ์ประณาม เพราะส่อเค้าโดนลงโทษหนัก ด้าน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ให้ค่าหัว 3 หมื่นบาทต่อคน พร้อมประสาน บิ๊กแป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ช่วยเร่งรัดจับกุม แฉกลุ่มกองเชียร์จอมห้าว เพิ่งก่อวีรเวรปะทะกับตำรวจ สปป.ลาว จนโดนจับระหว่างเกมฟุตบอลอายุไม่เกิน 19 ปี ชิงแชมป์อาเซียน นัดระหว่างไทย-เวียดนาม เมื่อปี 58 ที่ลาวเป็นเจ้าภาพ

ภายหลัง “ช้างศึก” ทีมชาติไทย คว้าแชมป์ฟุตบอลอาเซียน เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 นัดชิงชนะเลิศ เกมที่ 2 กับทีมชาติอินโดนีเซีย ก่อนชนะไปในสกอร์ 2-0 เมื่อค่ำวันที่ 17 ธ.ค. ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน โดยก่อนนี้ ทีมชาติไทยไปเยือน และแพ้นัดแรกที่บ้านอินโดฯ 2 ต่อ 1 รวมผล 2 นัด ไทยคว้าแชมป์ด้วยประตูรวม 3 ต่อ 2 อย่างไรก็ตาม ระหว่างเกมนัดที่ 2 มีกลุ่มแฟนบอลไทยใช้ชื่อว่า “อุลตร้า ไทยแลนด์” อยู่หลังประตูฝั่งโซนเหนือลอบนำพลุแฟร์เข้าสนาม และจุดขึ้นจนเกิดควันและประกายไฟ ช่วงทีมชาติไทยได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 36 และ 2-0 ในนาทีที่ 46 ทำให้มีควันปกคลุมในสนาม แม้ว่าจะมีการประกาศเตือนจากฝ่ายจัดการแข่งขัน เพราะอาจจะส่งผลให้สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย โดนบทลงโทษจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) และสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) ในการจัดการแข่งขันระดับนานาชาติในอนาคต โดยเฉพาะโปรแกรมการฟาดแข้งศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย ที่ทีมชาติไทยยังเหลือการแข่งขันอีก 5 นัด ในปีหน้า ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม โดยเฉพาะโลกออนไลน์ ขณะเดียวกัน มีการแชร์ภาพที่โพสต์ลงในเฟซบุ๊กของแฟนบอลไทย รายหนึ่ง อ้างเป็นกลุ่มที่จุดพลุไฟในสนามราชมังคลาฯ ระบุว่า “Ultras Thailand #จุดแล้วไง สไตล์พวกกู แต่พวกมึงแฟนบอลตามกระแส”

เกี่ยวกับความไม่เหมาะสมนี้ เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. กล่าวว่า หลังจากที่เห็นภาพของกองเชียร์ดังกล่าวในการถ่ายทอดสด และมีการส่งต่อในโลกออนไลน์ ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผกก.สน.หัวหมาก สืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดกับผู้ที่จุดพลุแฟร์ในสนาม เบื้องต้นทราบว่า กลุ่มดังกล่าวนำพลุหลบซ่อนเข้าไปในอุปกรณ์เชียร์ เมื่อถึงช่วงแข่งขันก็นำขึ้นมาจุด ต้องสอบสวนว่าจงใจทำลายภาพลักษณ์และชื่อเสียงของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยหรือไม่ อย่างไร ก็ตาม จากข้อมูลทราบว่า กลุ่มดังกล่าวมีปัญหาในระหว่างการเชียร์กับทีมต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศบ่อยครั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการข่าวอยู่ก่อนแล้วว่าจะมีการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้น ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบและสายสืบเข้าไปในกลุ่มกองเชียร์ แต่กลุ่มดังกล่าวมีการตรวจสอบที่ค่อนข้างเข้มงวด ไม่ยอมให้บุคคลอื่นที่ไม่ใช่กลุ่มของตัวเองเข้าไปร่วม ได้ให้เจ้าหน้าที่เก็บรวบรวมข้อมูลทั้งภาพถ่ายคลิปวีดิโอ รวมถึงข้อมูลต่างๆในโลกโซเชียลมีเดีย รวมถึง การโพสต์ก่อนการแข่งขันไว้เป็นพยานหลักฐานแล้ว ผู้ก่อเหตุบางคนใช้ผ้าปกปิดหน้าตา เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ หากระบุได้ว่าผู้ก่อเหตุเป็นใคร จะออกหมายเรียกมาให้การกับเจ้าหน้าที่
พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวต่อว่า หากการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดในข้อหาก่อความเดือดร้อนรำคาญ ซึ่งรัฐเป็นผู้เสียหาย และมีประชาชนคนใดที่เดือดร้อนจากการกระทำของกลุ่มกองเชียร์ดังกล่าว สามารถเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเอาผิดกับกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ ทั้งนี้ ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าจะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.พลุดอกไม้ไฟ และประกาศของ คสช.ข้อใดหรือไม่ ยืนยันว่าจะดำเนินการกับกลุ่มผู้ก่อเหตุที่อยู่ในกลุ่มกองเชียร์ดังกล่าวอย่างแน่นอน และอาจเอาผิดถึงแกนนำของกลุ่มดังกล่าวด้วย เพราะทำให้เสียภาพลักษณ์ของวงการฟุตบอลและประเทศชาติอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่นายพาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการและโฆษกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยถึงกรณีนี้ว่า ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบแน่นอน เพราะจะมีบทลงโทษจากเอเอฟซี แต่ต้องรอดูในการประชุมด้านจริยธรรมและวินัยประมาณต้นเดือน ม.ค.60 โดยทั่วไป บทลงโทษจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงที่เกิดขึ้น อาจจะปรับตั้งแต่ 25,000 เหรียญสหรัฐฯขึ้นไป (ประมาณ 850,000 บาท) แล้วแต่กรณี อย่างของมาเลเซียก่อนหน้านี้ ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ถูกปรับหนัก 4-5 หมื่นเหรียญ แต่อย่างของไทยได้ดำเนินการประกาศเตือน และส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปแล้ว หลายคนอาจจะมองว่าทำไมไม่เข้าชาร์จเพราะเป็นห่วงว่าหากทำอะไรรุนแรงแล้ว จะเกิดเหตุบานปลาย
“เรื่องของโทษทั้งหมดจะส่งผลกับเกมฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกโซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย ที่ไทยเหลือเป็นเจ้าบ้านอีก 3 เกมหรือไม่นั้น ต้องรอดูบทลงโทษจากทางเอเอฟซี เพราะมีหลายระดับ ทั้งปรับ ห้ามแฟนบอลเข้าสนาม รวมไปถึงเตะสนามกลาง ก็ต้องรอดูกันอีกครั้ง” นายพาทิศกล่าว
นายพาทิศยังกล่าวอีกว่า พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศ ไทยฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ออกหมายเรียก ทันที พอจะรู้ตัวกันอยู่แล้วว่าเป็นใคร เนื่องจากการตรวจของเจ้าหน้าที่ก่อนที่แฟนบอลจะเข้าสนามนั้น ใครที่สวมหน้ากากหรือปิดบังหน้าตา เจ้าหน้าที่ได้ให้ถอดออกแล้วถ่ายรูปเก็บไว้หมดทุกคน เชื่อว่าจะสามารถตามตัวบุคคลเหล่านี้ได้โดยเร็ว

ทั้งนี้ ตามกฎของสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือ “เอเอฟซี” ได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า ห้ามมีการจุดพลุแฟร์ในสนามเด็ดขาด หากฝ่าฝืนจะถูกลงโทษทันที นอกจากนี้ ขณะที่กฎของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯก็ระบุอย่างชัดเจนว่า ห้ามนำพลุไฟเข้าสนามด้วย

มีรายงานว่ากลุ่ม “อุลตร้า ไทยแลนด์” มักมีพฤติกรรมเชียร์ฟุตบอลด้วยความรุนแรง ชอบแหกกฎกติกาต่างๆที่วางเอาไว้ โดยทั้งหมดเป็นการรวมตัวกันของแฟนบอลหลายสโมสรฟุตบอลในประเทศ คาดว่าขณะนี้มีสมาชิกมากถึง 1-2 พันคน นอกจากนี้แฟนบอลกลุ่มดังกล่าวมักจะมีปัญหากับแฟนบอลทั่วไปที่ไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมก่อความรุนแรงก่อนหน้านี้ กลุ่มอุลตร้า ไทยแลนด์ ได้ปะทะกับแฟนบอลทั่วไปในเกมรอบรองชนะเลิศ เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ เมื่อครั้งที่แล้ว ในปี 2557 คู่ไทย พบ ฟิลิปปินส์รวมทั้งเกมอุ่นเครื่องไทยชุดเตรียมเอเชียนเกมส์พบคูเวต ในปีเดียวกัน นอกจากนี้ เมื่อปี 2558 กลุ่มอุลตร้า ไทยแลนด์ ก็ไปสร้างปัญหาที่ประเทศลาว ในเกมฟุตบอลอายุไม่เกิน 19 ปีชิงแชมป์อาเซียน นัดระหว่าง ไทย กับ เวียดนาม ครั้งนั้นมีการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สปป.ลาว จนสมาชิกกลุ่มหนึ่งถูกจับกุมตัวเป็นเรื่องราวใหญ่โตระหว่างประเทศด้วย

ขณะที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เผยว่า สมาคมฟุตบอลไทย จะมอบเงินรางวัลนำจับให้ผู้แจ้งเบาะแสในการจับกุมแฟนบอลที่ก่อเหตุจุดพลุแฟร์หัวละ 30,000 บาท หมายความว่าหากท่านแจ้งเบาะแส และทำให้สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ถึง 10 คน จะได้รางวัลนำจับทันที 3 แสนบาท ขอให้ผู้ที่มีเบาะแสแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยได้ทราบ อย่างไรก็ตาม ขณะเกิดเหตุมีตำรวจนอกเครื่องแบบปะปนอยู่กับผู้ที่ก่อเหตุด้วย และได้บันทึกเป็นภาพวีดิโอ ภาพถ่ายผู้ที่ก่อเหตุบางส่วน ตอนนี้มีพยานหลักฐานอยู่พอสมควร โดยจะส่งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายเรียกและหมายจับต่อไป ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่ไม่เข้าไปจับกุมตัวแฟนบอลที่ก่อเหตุขณะนั้น เพราะเกรงว่าจะทำให้เหตุการณ์บานปลาย ขณะเดียวกัน ยังได้รับรายงานว่า มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดไฟจากการจุดพลุแฟร์ที่เกิดขึ้นด้วย อยากให้ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเหล่านั้นไปแจ้งความดำเนินคดีเพื่อเอาผิด และแจ้งให้กับสมาคมฟุตบอลฯได้รับทราบด้วย

ต่อมาเวลา 20.00 น. วันเดียวกัน ที่ สน.หัวหมาก พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4 เปิดเผยหลังประชุมชุดสืบสวนสอบสวนกรณีดังกล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ให้ความสำคัญกับคดีนี้ เพราะทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศเสียหาย พนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก ได้รวบรวมพยานหลักฐานและคลิปภาพที่บันทึกไว้มาสอบสวนหาตัวผู้จุดพลุทราบกลุ่มแล้วชื่อ อุลตร้า ไทยแลนด์ ส่วนผู้ที่ก่อเหตุตามคลิปมีอยู่หลายคนเข้าข่ายความผิดมาตรา 397 ก่อความเดือดร้อนรำคาญ เป็นความผิดลหุโทษจำคุก 1 เดือน ปรับ 10,000 บาท คดีนี้ไม่ใช่คดีอุกฉกรรจ์แต่สำคัญ เพราะเป็นหน้าตาของประเทศ ผบ.ตร.กำชับให้จับกุมให้ได้ ที่น่าห่วงคือนำเข้าไปในสนามได้อย่างไร ผ่านการตรวจสอบจาก รปภ.คัดกรองประตูทางเข้า ซึ่งเป็นทีม รปภ.ของสมาคมฟุตบอลจัดมาประสานกับตำรวจ น่าจะนำซุกซ่อนไปกับอุปกรณ์การเชียร์ นอกจากนี้ยังพบประทัดบอล ที่กองเชียร์นำมาซุกไว้นอกสนามอีกจำนวนหนึ่ง อย่างไรก็ตาม จะประสานกับสมาคมฟุตบอลเพื่อหามาตรการควบคุมแฟนบอลกลุ่มนี้ไม่ให้ก่อ

เหตุแบบนี้อีก อยากฝากแฟนบอลให้นึกถึงหน้าตาของประเทศที่จะเสียหายด้วย
วันเดียวกัน สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ออกแถลงการณ์เรื่องประณามการกระทำของคนบางกลุ่มที่จุดพลุแฟร์ ใจความสรุปว่า ตามที่มีกลุ่มบุคคลบางกลุ่มจุดพลุแฟร์ ระหว่างการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2016 รอบชิงชนะเลิศที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.59 ทำให้ประเทศไทยเสื่อมเสียชื่อเสียง สร้างความเดือดร้อนรำคาญ ทรัพย์สินราชการเสียหาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และเป็นการกระทำที่ผิดกฎข้อห้ามของฝ่ายจัดการแข่งขัน สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอประณามการกระทำของกลุ่มคนดังกล่าวที่กระทำการทั้งๆที่ทราบกฎระเบียบข้อห้าม และกฎหมาย อาจส่งผลให้ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ถูกสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ตัดสินปรับขั้นต้น 20,000 สวิสฟรังก์ หรือประมาณ 700,000 บาท และอาจถูกลงโทษห้ามจัดการแข่งขันในเกมเหย้า ห้ามแฟนบอลเข้าชมการแข่งขันในสนาม หรือถูกสั่งให้จัดการแข่งขันในสนามประเทศเป็นกลางแทน

ทั้งนี้ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ประสานขอความช่วยเหลือไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. รวมถึง พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. สั่งการให้ สน.หัวหมาก และผู้เกี่ยวข้อง เร่งรัดติดตามสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอความร่วมมือแฟนบอลหรือประชาชนทั่วไปที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว หรือทราบเบาะแส มีข้อมูลของผู้กระทำความผิด ส่งข้อมูลมาได้ที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ อาคารพงษ์สุภี ชั้น 3 เลขที่ 19 ซอยยาสูบ 1 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม.10900 โทรศัพท์ : 0-2272-2250 อีเมล : info@fathailand.org หรือสามารถเข้าแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่ สน.หัวหมาก

From:  http://www.thairath.co.th/content/815181

You Might Also Like

0 comments

Flickr Images

loading...