โฆษก ส.บอล เผยรู้ตัวผู้ก่อเหตุจุดพลุแล้ว ยันพร้อมชี้แจงเอเอฟซี
1:30 AMloading...

โฆษกสมาคมฟุตบอลเผย รู้ตัวผู้ก่อเหตุจุดพลุไฟในสนามเกมชิงดำ ซูซูกิ คัพ แล้ว และเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมออกหมายเรียกตัวในทันที พร้อมเตรียมชี้แจงกับทางเอเอฟซีเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด...
วันที่ 18 ธ.ค. 59 ควันหลงหลังเกมนัดชิงชนะเลิศ ศึกฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 นัดชิงชนะเลิศ เกมที่ 2 ซึ่งมีอีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการจุดพลุแฟร์ของแฟนบอลบางกลุ่มในสนาม ที่อาจจะส่งผลให้ทีมชาติไทยโดนลงโทษหนัก ในการฝ่าฝืนกฎรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดจากเอเอฟเอฟและเอเอฟซีในภายหลัง
ล่าสุด ทีมข่าวกีฬาไทยรัฐออนไลน์ ได้รับการเปิดเผยจาก พาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศ และโฆษกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นการฝ่าฝืนกฎด้านความปลอดภัยของเอเอฟซีอย่างชัดเจน และมีสิทธิ์ที่จะถูกลงโทษตั้งแต่การถูกปรับเงิน 30,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ไปจนถึงการสั่งห้ามเล่นในบ้าน แต่ทั้งนี้ สมาคมฟุตบอลฯ ก็พร้อมที่จะชี้แจงกับเอเอฟซีเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด
นอกจากนี้ โฆษกสมาคมฟุตบอลยังได้เผยอีกว่า ทางฝ่ายจัดการแข่งขัน และสมาคมฟุตบอลฯ พยายามอย่างเต็มที่แล้วในการคุมเข้มผู้ก่อเหตุ ทั้งการตรวจยึดประทัดและอุปกรณ์บางอย่างที่ไม่เหมาะสมก่อนเข้าสู่สนาม รวมถึงถ่ายรูปกลุ่มคนชุดดำไว้เพื่อเป็นฐานข้อมูลด้วย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเข้าใจว่า เป็นเพียงความต้องการอยากเอาชนะของแฟนบอลบางกลุ่มเท่านั้น ซึ่งขณะนี้ทราบตัวผู้ที่ก่อเหตุเรียร้อยแล้ว และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็พร้อมออกหมายเรียกตัวแล้วเช่นกัน
ส่วนประเด็นที่ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวจะเป็นการจงใจกลั่นแกล้งของบุคคลบางกลุ่ม หรือมือที่สามหรือไม่นั้น คุณพาทิศเชื่อว่า ไม่น่าจะเป็นการกลั่นแกล้ง แต่อาจจะเป็นเพียงแค่แนวทางการเชียร์ของคนบางกลุ่ม ที่ต้องการจะแสดงออกถึงอัตลักษณ์ของตัวเองเท่านั้น
ทางด้านพ.ต.อ.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผกก.สน.หัวหมาก เจ้าของพื้นที่ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ให้ฝ่ายสืบสวนรวบรวมข้อมูลหลักฐานทั้งหมด เพื่อดูว่าจะดำเนินคดีอย่างไรได้บ้าง มีใครเกี่ยวข้องบ้าง เหตุเกิดตรงจุดไหน ด้านใน หรือด้านนอกสนาม ซึ่งตรงนี้จะต้องทำอย่างละเอียดรอบคอบ โดยในเวลา 18.00น. วันนี้(18ธ.ค.) พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4 จะเดินทางมาร่วมประชุมที่สน.หัวหมาก เพื่อวางแผนในการดำเนินคดี คาดว่าหลังจากนั้นจะมีความชัดเจนออกมา ส่วนกลุ่มผู้ก่อเหตุ ขณะนี้ทางตำรวจได้ประกบตัวไว้แล้ว.
From: http://www.thairath.co.th/content/814717
0 comments