เดนคุกแฉสิ้นไส้ ผัวโหดลวงฆ่าเมียพยาบาล หักคอ-เผาสดเหยื่อร้องทุรนทุราย
3:24 AM
loading...

เดนคุกฆ่าพยาบาลแฉสิ้นไส้ ผัวเป็นคนวางแผนฆ่าเมียล้างหนี้ ลวงมาหักคอ หามร่างโยนเข้ากองไฟ เหยื่อยังไม่ตาย ดิ้นทุรนทุราย แต่ยืนดูเฉย จนร่างถูกเผามอดไหม้ ตร.พบเมียน้อยมีส่วนรู้เห็นด้วย ขออนุมัติศาลออกหมายจับผัวโหดแล้ว...
จากคดีคนร้ายอุ้มฆ่าพยาบาลวิชาชีพชั้นสูง รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ น.ส.จรรจิรา หรือเจนนี่ เกิดแล้ว อายุ 50 ปี หายออกจากบ้านพร้อมรถเก๋ง เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. และพบศพเป็นซากกระดูกถูกเผาในสวนลำไยบ้านโทกเสือ หมู่ 18 ต.ดอยหล่อ อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ต่อมาตำรวจจับกุมนายนิรันดร แก้วเต๋จ๊ะ อายุ 42 ปี ซึ่งเพิ่งพ้นโทษคดีข่มขืนฆ่าสาววัยรุ่น 2 ศพ มาอยู่ที่บ้านโทกเสือ ซึ่งให้การซัดทอด นายธนพล ปารีเสน อายุ 43 ปี สามีของ น.ส.จรรจิรา ผู้ตาย เป็นคนว่าจ้างและร่วมในการสังหาร โดยให้ค่าจ้าง 100,000 บาท วางแผนนาน 2 เดือน (เดนคุกซัดทอด ผัวพยาบาลสั่งฆ่า! รับจ้าง 1 แสน โยนเข้ากองไฟเผาทั้งเป็น)
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 14 ธ.ค. หลังจากที่ทางตำรวจสอบปากคำนายนิรันดร แก้วเต๋จ๊ะ เสร็จสิ้น ได้นำตัวกลับไปคุมขังที่ สภ.ดอยหล่อ จากนั้นตลอดทั้งคืนได้ทำการสอบปากคำนายธนพล ปารีเสน สามีผู้ตายที่ถูกซัดทอดเป็นผู้ลงมือฆ่า ซึ่งนายธนพลให้การปฏิเสธ ต่อมาเวลา 09.30 น. พ.ต.ท.ภคพล ธงเชื้อ รอง ผกก.สอบสวน สภ.ดอยหล่อ ได้นำตัว นายนิรันดร แก้วเต๋จ๊ะ ผู้ต้องหาฆ่าเผานางพยาบาล มาสอบปากคำเพิ่มเติม พร้อมกับรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติจากศาลจังหวัดเชียงใหม่ ออกหมายจับนายธนพล ปารีเสน สามีของผู้ตาย และทั้งหมายค้นบ้านของนายธนพล เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม และตรวจสอบให้ชัดเจนว่า ญาติคนไหนของนายธนพล มีส่วนพัวพันด้วยหรือไม่ โดยเบื้องต้นทางตำรวจทราบว่า อดีตภรรยาคนหนึ่งของนายธนพลมีส่วนรู้เห็นด้วย

ในช่วงนี้เอง ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสสอบถามนายนิรันดร แก้วเต๋จ๊ะ กรณีพลิกคำให้การว่านายธนพล เป็นคนวางแผนฆ่า และลงมือฆ่าภรรยาด้วยตนเองนั้น เท็จจริงอย่างไร นายนิรันดรได้เล่าว่า นายธนพลได้มาขอร้องตนในการวางแผนฆ่า น.ส.จรรจิรา หรือ เจนนี่ ภรรยา โดยมีการวางแผนที่จะฆ่าผู้ตายมาประมาณ 2-3 เดือนแล้ว เหตุเพราะต้องการล้างหนี้ และ น.ส.จรรจิราได้ขอเลิก กำลังจะไปมีแฟนใหม่ ทำให้นายธนพลแค้นมาก โดยวันก่อเหตุ ทางนายธนพลได้วางแผนนัดผู้ตายมา บอกว่าจะมาหย่าและชดใช้หนี้สินที่นายธนพลยืมผู้ตายไปหลายแสนบาท ทั้งยืมมาซื้อรถแบ็กโฮ 500,000 บาท และหยิบยืมอีกหลายครั้ง ครั้งละหลายหมื่นบาท
นายนิรันดรกล่าวอีกว่า ในวันนั้นนายธนพลได้เรียกตนมาด้วย เมื่อผู้ตายมาถึง นายธนพลกับผู้ตายพูดคุยกันแต่ไม่รู้เรื่อง ทะเลาะกันอีก ขณะที่ตนกำลังยืนคุยกับผู้ตายที่กระท่อมจุดนัดพบ นายธนพลซึ่งยืนอยู่ด้านหลังได้เข้าล็อกคอผู้ตายและบิดอย่างแรงเพื่อให้คอหัก ผู้ตายถึงกับหมดสติ จากนั้นนายธนพลได้บอกกับตนว่า ให้ช่วยจัดการกับศพ จะให้ค่าจ้าง 1 แสนบาท ตนจึงได้ช่วยหามผู้ตายเดินลัดสวนลำไย และมาทำการก่อไฟในบริเวณที่นายธนพลได้เตรียมไว้แล้ว จากนั้นนายธนพล เป็นคนจับร่างผู้ตายเข้ากองไฟ แต่ผู้ตายกลับฟื้นขึ้นมาและถูกไฟลวกดิ้นทุรนทุรายบิดไปมา นายธนพลและตนได้ยืนดูเฉยๆ ปล่อยให้ผู้ตายดิ้นในกองไฟจนแน่นิ่ง ถูกไฟเผาร่างมอดไหม้ไปในที่สุด
ผู้ต้องหากล่าวอีกว่า หลังทำการสำเร็จ ตนได้ทวงค่าจ้าง 1 แสนบาท แต่นายธนพลได้บอกให้ตนเอารถยนต์ของผู้ตายไปเป็นค่าจ้าง ตนจึงได้เอารถยนต์ไปพ่นสีดำทั้งคันรวมทั้งป้ายทะเบียนด้วย แล้วหนีไปกบดานเพื่อรอนำรถไปขาย แต่ก็มาถูกจับ ซึ่งนายธนพล นั้นมักจะหลอกยืมเงินผู้ตายสะสมไปเรื่อยๆ และเคยเลิกรากันไป 2 ครั้ง แต่กลับมาจดทะเบียนใหม่ และยืมเงินผู้ตายอีก ผู้ตายก็ทวงถามตลอด จนผู้ตายทราบว่า นายธนพลยังมีผู้หญิงอีกหลายคนและภรรยาคนเก่าก็ยังติดต่อกันอยู่ ทำให้ผู้ตายไม่พอใจ ขอเลิกกับนายธนพล และทวงหนี้สินที่ยืมมาซื้อรถแบ็กโฮกับรถบรรทุกสิบล้อ เป็นเงินหลายแสนบาท นำมาซึ่งการวางแผนสังหารโหดดังกล่าว
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากชุดสืบสวน สภ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ ว่า ผู้ตายได้ทำจดหมายขึ้นมาฉบับหนึ่ง ก่อนจะเสียชีวิต โดยเนื้อความในจดหมายได้เขียนระบุว่า หากเป็นอะไรไปก็ให้ญาตินำจดหมายที่เขียนขึ้นมานี้ไปให้ตำรวจ แล้วจะรู้ว่าใครเป็นคนทำร้ายเธอ โดยทางญาติได้นำจดหมายดังกล่าวมาให้ตำรวจเรียบร้อยแล้ว
"น.ส.จรรจิรา ผู้ตาย กับนายธนพล นั้น ได้แยกทางกันและกลับมาคืนดีกันหลายครั้ง กระทั่งผู้ตายได้ย้ายไปอยู่ที่บ้านหนองผึ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ส่วนนายธนพล อยู่ที่ อ.ดอยหล่อ และผู้ตายจะแวะเวียนมาหานายธนพล เพื่อมาทวงเงิน พร้อมต่อว่าเรื่องมีภรรยาน้อย กระทั่งนายธนพล ได้ลงมือร่วมกันกับนายนิรันดร จากนั้นนายธนพลทำทีมาแจ้งความโรงพัก สภ.ดอยหล่อ อ้างว่าภรรยาของตนเองหายตัวไปแบบมีปริศนา จนมีคนไปพบรอยเถ้าซากกองกระดูกในสวนลำไย และเป็นที่มาของการจับกุมตัวนายนิรันดรได้ก่อน โดยนายนิรันดรได้เอามือถือไอโฟนของผู้ตายไปด้วย ทำให้ตำรวจสามารถตามจับตัวได้ในที่สุด และนายนิรันดรก็ซัดทอด นายธนพล สามีของผู้ตายเป็นผู้วางแผนลงมือสังหาร โดยมีภรรยาน้อยของนายธนพล มีส่วนรู้เห็นด้วย" ชุดสืบสวน กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเวลา 15.00 น. วันที่ 14 ธ.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายนิรันดร ผู้ต้องหา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพอีกครั้งที่จุดก่อเหตุ และจุดที่นัดผู้ตายมาพบ ส่วนนายธนพล พนักงานสอบสวนกำลังส่งเรื่องให้ศาลพิจารณาอนุมัติหมายจับ โดยที่นายธนพล สามีผู้ตายยังให้การปฏิเสธ.
อ่านข่าวเพิ่มเติม
From: http://www.thairath.co.th/content/811141
0 comments