พรีวิวเกมชี้ขาด 'ไทย-อินโดฯ' ศึกชิงเจ้าอาเซียน 2016 นัดที่สอง
4:15 PMloading...

หลังจากเกมแรกผ่านไป พร้อมกับความได้เปรียบของอินโดนีเซียที่เอาชนะทีมชาติไทยมาได้ก่อน 2-1 แต่สงครามชิงเจ้าอาเซียน 2016 ยังไม่จบ เพราะในเกมนัดที่ 2 ทีมชาติไทยจะได้กลับมาเล่นในบ้านที่ราชมังคลากีฬาสถาน ต่อหน้าสาวกช้างศึกหลายหมื่นคน...
ก่อนที่ทีมชาติไทยและทีมชาติอินโดนีเซีย จะลงเผดียงแข้งเพื่อชี้ขาดความเป็นเจ้าอาเซียนกันอีกครั้งวันเสาร์นี้ ทีมข่าวกีฬาไทยรัฐออนไลน์ จะพาไปเจาะขุมกำลังและความพร้อมของทั้งสองทีมว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง ก่อนที่เสียงนกหวีดเริ่มเกมอีก 90 นาทีสุดท้ายจะเริ่มขึ้น
ROAD TO FINAL 2016
ทีมชาติไทย
รอบแรก
ชนะ อินโดนีเซีย 4-2
ชนะ สิงคโปร์ 1-0
ชนะ ฟิลิปปินส์ 1-0
รอบรองชนะเลิศ 2 นัด
ชนะ เมียนมา 2-0 (เยือน)
ชนะ เมียนมา 4-0 (เหย้า)
ทีมชาติอินโดนีเซีย
รอบแรก
แพ้ ไทย 2-4
เสมอ ฟิลิปปินส์ 2-2
ชนะ สิงคโปร์ 2-1
รอบรองชนะเลิศ 2 นัด
ชนะ เวียดนาม 2-1 (เหย้า)
เสมอ เวียดนาม 2-2 (เยือน)
ทีมชาติไทย (THAILAND)

ทีมชาติไทยนอกจากจะต้องการป้องกันแชมป์ให้ได้อีกครั้งแล้ว ยังหวังฉีกหนีทีมชาติสิงคโปร์ เพื่อก้าวขึ้นไปเป็นทีมที่ครองแชมป์มากที่สุด 5 สมัย หลังจากที่ในตอนนี้ มีสถิติคว้าแชมป์อาเซียน 4 สมัยเท่าขุนพลจากแดนลอดช่อง
แต่หลังจากการออกไปพ่ายให้กับอินโดนีเซีย 1-2 เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่เรื่องง่ายนัก สำหรับการกลับมาเล่นในบ้านของทัพช้างศึก แต่อย่างน้อยการได้ประตูอเวย์ โกล มาตุนไว้ในกระเป๋าแบบอุ่น ๆ 1 ลูก น่าจะส่งผลดีต่อสภาพจิตใจของนักเตะไม่น้อย โดยไม่จำเป็นต้องจดจำความพ่ายแพ้ในเกมแรกให้รกสมอง

ในเกมนัดที่สอง “ซิโก้” และลูกทีมต้องพยายามเปิดเกมรุกตั้งแต่เริ่มต้น และทำประตูแรกให้ได้เร็วที่สุดเพื่อลดความกดดัน นั่นจึงเป็นโอกาสดีที่ “ปีโป้” สิโรจน์ ฉัตรทอง อาจจะได้รับโอกาสลงสนามในฐานะตัวจริง เคียงข้างกับ ธีรศิลป์ แดงดา เช่นเดียวกันกับ ชาริล ชัปปุยส์ ที่น่าจะได้รับสิทธิ์ให้ลงเล่นเป็น 11
คนแรกด้วยเช่นกัน หากกุนซือทีมชาติไทยต้องการมิดฟิลด์ที่เปลี่ยนเกมได้ดี และสนับสนุนเกมรุกเป็นเลิศ
ส่วนในรายของ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ต้องรอทดสอบความฟิตอีกครั้งว่าจะลงเล่นได้หรือไม่ หลังจากถูกดร็อปเป็นตัวสำรองในเกมนัดแรก เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บรบกวน

11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม : กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (GK), ทริสตอง โด, ธีราทร บุญมาทัน, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, อดิศร พรหมรักษ์, ประทุม ชูทอง, สารัช อยู่เย็น, ชาริล ชัปปุยส์, ชนาธิป สรงกระสินธ์, สิโรจน์ ฉัตรทอง, ธีรศิลป์ แดงดา (C)
อินโดนีเซีย (INDONESIA)
ขุนพล “การูดา” อินโดนีเซีย ยังไม่เคยไปถึงดวงดาวเลยสักครั้งในรอบชิงชนะเลิศ เมื่อต้องอกหักคว้ารองแชมป์ถึง 4 ครั้งในปี 2000, 2002, 2004 และ 2010 แต่การไล่ขย้ำทีมชาติไทย 2-1 ในเกมนัดแรก น่าจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับพวกเขาได้ไม่น้อย

อัลเฟร็ด รีเดิล อาจจะดึงเอาแผนรถบัสที่ทำได้ดีในเกมตัดเชือกนัดที่ 2 กับเวียดนาม กลับมาใช้อีกครั้ง พร้อมกับหวังใช้ทีเด็ดของ โบอาซ ซาลอสซา และ สเตฟาโน ลิลิปาลี ให้เป็นประโยชน์มากที่สุดในจังหวะโต้กลับ เพื่อสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์สมัยแรกให้ได้

ส่วนการจัดทัพในเกมนี้ เชื่อว่าไม่น่าจะมีการปรับเปลี่ยนมากนัก เพราะทุกตำแหน่งค่อนข้างลงตัว แต่สิ่งที่น่ากังวลคือการเข้าสกัดหนัก และจังหวะนอกเกมของผู้เล่นอิเหนาที่ถูกผู้ตัดสินมองข้ามในเกมแรก ซึ่งอาจจะกลายเป็นจุดอ่อนย้อนกลับเล่นงานตัวเอง เมื่อออกมาเล่นเป็นทีมเยือนก็ได้.

11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม : คูเมีย ไมกา (GK), เบนี วาห์ยูดี, มูฮัมหมัด เลสตาลูฮู, โบอาซ ซาลอส
ซา (C), สเตฟาโน ลิลิปาลีย์, ริซกี โปรา, ฟัครุดดิน อาร์ยานโต, บายู อันเดรียท์โมโก, อันดิก เวอร์มันส์
ซาห์, ฮานซามู ปรานาตา, มานาฮาติ เลสตูเซน
From: http://www.thairath.co.th/content/812381
0 comments